หน้าแรก \ ข้อมูลโรงเรียน Change Language :     
 
ประวัติความเป็นมา
   หลักสูตรการเรียน การสอน

โรงเรียนวนิษา ตั้งขึ้นโดยมี คุณชุมศรี รักษ์วนิชพงศ์ เป็นผู้ก่อตั้งภายใต้แนวความคิดซึ่ง คุณชุมศรีได้ให้สัมภาษณ์

 

ไว้ในเอกสารชื่อว่า “ ปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้เรียนสำคัญที่สุด ” ของ คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ.2543 ว่า

 

...ดิฉันไม่เชื่อวิธีที่โรงเรียนส่วนใหญ่ทำอยู่ จับเด็กมาขังในคอก ไม่อยากจะใช้คำนี้ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

บังคับเด็กมานั่งนิ่ง ๆ จำกัดศักยภาพการเติบโตของสมอง ”

 

โรงเรียนวนิษาได้ถูกตั้งขึ้นเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน หลังจากที่คุณชุมศรีได้หอบบุตรสาวคนโตซึ่งขณะนั้นมีอายุราว 3 ขวบ

ตระเวนเข้าโรงเรียนนั้นออกโรงเรียนนี้เพื่อหาโรงเรียนในประเทศไทยที่จะ จัดการเรียนรู้ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่

อยู่ในความคิดของคุณชุมศรีในสมัยนั้นกระแสของการปฏิรูปการศึกษายังไม่เกิด ขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น คุณชุมศรี

จึงตัดสินใจที่จะเปิดโรงเรียนที่คิดว่าเป็นโรงเรียนในฝันตามความคิดของตนเอง ขึ้นเพื่อจัดการศึกษาให้กับบุตรสาว

ของตนและบุตรหลาน ของเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิด ก่อนที่จะขยายเพื่อรับนักเรียนทั่วไปในปีการศึกษาต่อ ๆ มา

 

แนวคิดในการจัดการศึกษาของโรงเรียนวนิษานั้น เน้นที่การให้โรงเรียนเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง

มิใช่เป็นเพียงสินค้าที่เสนอขายด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดการจัดการเรียนรู้ภาย ในโรงเรียนเน้นการให้เกียรติซึ่ง

กันและกันระหว่างครูกับผู้เรียน การเคารพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เด็กจะต้องมาคอยรับการป้อน

จากครูเท่านั้น บรรยากาศการเรียนรู้จะเต็มไปด้วยความสุข ให้เสรีภาพในการคิดและการแสดงออก

 

ด้วยความเชื่อ ที่ว่า เด็กทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้พร้อมกับแววตาที่สดใหม่ ใฝ่รู้ และพร้อมที่จะรับการเรียนรู้
จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว อยู่เสมอ ผู้ใหญ่มีหน้าที่ที่จะต้องรักษาแววตาที่สดใหม่และ ความรักในการเรียนรู้นั้น

ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ กิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนวนิษาจะเป็นการนำแนวคิด งานวิจัย

หรือทฤษฎีทางการศึกษา และการทำงานของสมองมาออกแบบเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ หลากหลาย สนุกสนาน

สอดคล้องกับธรรมชาติ พัฒนาการ หลักจิตวิทยาการเติบโตของสมอง และความต้องการของเด็กแต่ละคน

ซึ่งมีความถนัด ความชอบ และลีลาในการ เข้าถึงความรู้นั้นแตกต่างกัน เพื่อให้เด็กทุกคนเห็นการเรียนรู้

นั้นเป็นกิจกรรมที่มีความสุข ซึ่งจะช่วยให้เด็กคง ลักษณะนิสัยใฝ่รู้เอาไว้เสมอ

 

ดไม่ใช่เห็นการเรียนรู้เป็นเรื่องทุกข์ทรมานอยากให้ ผ่านพ้นไปวัน ๆ และการเรียนรู้จาก การปฏิบัติจริง

ที่จะช่วยให้เด็กสร้างองค์ความรู้ของเขาขึ้นได้เอง รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรุ้ที่โรงเรียนวนิษา

นำมาปรับใช้อย่างโดดเด่นตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียน คือการจัดกิจกรรรมการเรียนรู้ตามแนว Project Approach

ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ลุ่มลึก และบูรณาการทุกสาขาวิชาภายใต้หัวข้อที่เด็กสนใจและความเชื่อในศักยภาพ

ทางสมองของเด็กแต่ละคนว่ามีความสามารถทางสติปัญญา ที่แตกต่างกันแต่ความสามารถที่แตกต่างกันนั้น

หากได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสมก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จ ในชีวิตได้ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีพหุปัญญา หรือ

Multiple Intelligences ของ Howard Gardner

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณชุมศรีไม่เคยที่จะหยุดนิ่งในการค้นคว้าเพื่อแสวงหารูปแบบการจัดการเรียน รู้หรือ

นวัตกรรมทางการศึกษา ที่ทันสมัย เข้ามาเผยแพร่ให้คุณครูปรับใช้ในโรงเรียนวนิษาและโรงเรียนในเครืออยู่ เสมอ

อาทิ การทำ Mind Map โดยคุณชุมศรีเอง ได้บินไปเข้ารับการฝึกอบรมจาก Buzan Centre จนกระทั่ง

ได้รับสิทธิ์ให้เป็นLicense Instructor , การทำ Brain Gym เพื่อบริหารและเชื่อมโยงสมองซีกซ้ายและขวา

ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การสอนคณิตศาสตร์ด้วย Multilink ที่เป็นการช่วยให้มโนมติทาง

คณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นนามธรรมมองเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน, การสอนคณิตศาสตร์ด้วยดนตรีซึ่งเป็นเทคนิคจาก

ประเทศอิสราเอล,การคิดแบบ Six Thinking Hats ของ Edward de Bono ซึ่งเป็นการฝึกให้เป็นคนรู้จักคิด

ในหลาย ๆ แง่มุมตามสีของหมวก, การจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์ เป็นต้น

 

ผลจากการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวทำให้โรงเรียนวนิษา ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 4 โรงเรียนตัวอย่าง ด้านการปฏิรูป

การศึกษา จากคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2543 ในปีนั้นมีสถานศึกษาเข้าขอ

ศึกษาดูงานกว่า 500 โรงเรียน และคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน ยังได้ปรากฏชัดอีกครั้ง จากผลคะแนน

รวมการสอบวัดผลระดับชาติ (NT ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2546 วิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์

อันดับ 1 ส่วนวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ เป็น 1 ใน 10 อันดับต้น ของเขตพื้นที่การศึกษา



   ระดับเตรียมอนุบาล และ อนุบาล

 เน้นเตรียมความพร้อม เพื่อให้เด็กเรียนรู้และก้าวไปสู่การค้นพบด้วยตัวเอง ด้วยการใช้ประสาทสัมผัส เน้นให้เด็กมีทักษะหลากหลายด้าน จะไม่มีการแบ่งชั่วโมงเรียน แต่จะจัดเป็นกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กได้ความรู้แบบองค์รวมเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น 

 
• กิจกรรมเดินธรรมชาติทุกเช้า เด็กจะได้เดินสัมผัสกับพิ้นดิน ใบไม้ ดอกไม้ สังเกตสิ่งแปลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ซึ่งเด็กจะสร้างทัศนะคติที่ดีต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเด็กๆได้ผ่อนคลาย สนุกสนานเบิกบานก่อนเข้าสู่กิจกรรมเรียนรู้ต่างๆต่อไป
 
• กิจกรรมสัมผัส เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส ด้วยการทดลองเล่น และสังเกตจากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีทั้งแข็ง อ่อนนุ่ม เปียกแฉะ ซึ่งเด็กจะค้นพบความแตกต่าง ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ที่สัมผัสได้ด้วยตัวเอง
 
• กิจกรรมทำอาหาร โดยเลือกส่วนประกอบของอาหารที่เด็กสามารถลงมือทำ ตวงของเหลว ชั่งน้ำหนัก ปั้นแป้ง และหั่นโดยใช้อุปกรณ์พลาสติกเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเด็กจะได้พัฒนาทักษะด้านกล้ามเนื้อมือ และเรียนรู้ภาษาแบบธรรมชาติผ่านรูปภาพและคำอธิบายส่วนประกอบอาหารของผู้สอน
 
• กิจกรรมละครหุ่น เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กๆ


   ระดับประถม

 ใช้เนื้อหาหลักสูตร 3 แบบ คือ

 
• หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กได้รับความรู้พื้นฐานทั่วไป
 
• หลักสูตรสาธิตเกษตร ที่มีเนื้อหาความรู้เหมาะกับกลุ่มเด็กที่มีครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่
 
• หลักสูตรเนื้อหาที่ผู้บริหารหลักสูตรและผู้สอนจัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความสนใจของเด็กแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเชื่อมโยงกับโครงงานที่เด็กกำลังทำอยู่
 
• จัดการเรียนการสอนเป็นรายวิชาผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ โดยเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมทั้งการทำโครงงานที่เด็กนำเสนอภายในห้องเรียน และการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ซึ่งจะมีการประเมินผลจากโครงงานของเด็กนักเรียนช่วงสิ้นเทอม


   รูปแบบการเรียนการสอน

 นำรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Project Approach หรือการนำเสนอโครงงานจากความสนใจของเด็ก และให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และนำเสนอความคิดผ่านกิจกรรมต่างๆ การเรียนการสอนโดยผ่านโครงงานจะครอบคลุมทุกเนื้อหาวิชาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเด็กจะได้รับความรู้แบบบูรณาการอย่างแท้จริง และเด็กสามารถรู้ว่าเนื้อหาที่เรียนนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

 
นอกจากนี้ยังส่งเสริมทางด้านการทำงานของสมองของเด็กๆในแต่ละช่วงวัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่กระตุ้นให้สมองได้รับความรู้ใหม่ๆ และผ่อนคลาย การนำพหุปัญญาที่เน้นให้เด็กๆ เกิดกระบวนการเรียนรู้ในหลากหลายมิติที่ผู้เรียนจะได้รับทั้งความรู้ทางวิชาการตามหลักสูตรควบคู่กับความสนุกเพลิดเพลิน และไม่รู้สึกเบื่อในการเรียนตลอดทั้งวัน


   สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน

 • จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน โปร่งสบาย มองเห็นต้นไม้และธรรมชาติรอบห้องได้ชัดเจน มีพื้นที่จัดกิจกรรมหมุนเวียนเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกเบื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

 
• ภายนอกห้องเรียน มีพื้นที่แปลงเกษตร สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ (สระน้ำเกลือ ระบบที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้) และแมกไม้ใหญ่ร่มรื่น เขียวขจี อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ สร้างเสริมให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ จากสภาพแวดล้อมจริง อย่างเต็มที่


   กิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน

 • จัดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับเนื้อหาของผู้เรียน เช่น กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมสปา กิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษ

• กิจกรรมตามเทศกาล ประเพณี วันสำคัญต่างๆ
• กิจกรรมนอกสถานที่ เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ โรงละคร ศูนย์วิจัยต่างๆ เป็นต้น


   การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน

 • ผู้ปกครองร่วมประเมินพัฒนาการของเด็กๆ

• เชิญผู้ปกครองประเมินโครงงานของเด็กๆช่วงสิ้นเทอม
• เชิญร่วมจัดกิจกรรมต่างๆตามเทศกาล ประเพณี และวันสำคัญ
• เชิญผู้ปกครองมาให้ความรู้ในสาขาอาชีพของตนแก่เด็กๆ


   ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่ตอบสนอง และการแสดงออก

 • ระดับอนุบาล เด็กจะมีพัฒนาการด้านกระบวนการคิดที่ยอมรับผู้อื่นได้ ยินดีแบ่งปันสิ่งต่างๆให้แก่เพื่อน และปฏิบัติตาม กติกาที่เพื่อนๆในกลุ่มกำหนดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำทักษะที่ได้จากประสบการณ์จริงมาใช้และแก้ปัญหาได้ สามารถใช้ภาษาสื่อสารได้ดีขึ้น

 
• ระดับประถม สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาการผ่านกิจกรรมที่ทำ อันนำไปสู่ความเข้าใจได้ดีถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง กล้าแสดงความคิดเห็น ยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น มีจินตนาการ เบิกบานแจ่มใส มีทัศนคติที่ดีต่อคนและสิ่งรอบข้าง


 
 
 
นวัตกรรมทางการศึกษา
Brain-Based Learning
Mind Map
Multiple Intelligences
เมนู
หลักสูตรและแนวคิด
ครูวนิษา
สถิติการสอบเข้า
การสัมภาษณ์นักเรียนและผู้ปกครอง
แบบสัมภาษณ์ผู้ปกครอง
FAQ.